สร้างธุรกิจให้เริ่มจากปัญหา แล้วถ้าเป็นธุรกิจบันเทิงหรือฟุ่มเฟือยล่ะ
คำว่า “เริ่มจากปัญหา” จริง ๆ ยังใช้ได้กับธุรกิจฟุ่มเฟือย บันเทิง หรือสปา เพียงแต่ ปัญหาในกลุ่มนี้ไม่ใช่ความเดือดร้อนจำเป็น แต่เป็น ปัญหาทางอารมณ์ ประสบการณ์ และคุณภาพชีวิต
ผมขอสรุปเป็นกรอบคิดที่ใช้ได้จริงครับ 👇
1. ปัญหา ≠ ความทุกข์เสมอไป
ในธุรกิจฟุ่มเฟือย “ปัญหา” มักเป็นแบบนี้
เบื่อ / จำเจ / ไม่มีอะไรพิเศษ
เครียด แต่ไม่อยากรักษา แค่อยาก “รู้สึกดีขึ้น”
อยากดูดี มีรสนิยม มีสถานะ
อยากได้เวลาส่วนตัว แต่ไม่อยากลำบาก
คนไม่ได้เจ็บป่วย
แต่ ไม่พอใจกับสภาพชีวิตปัจจุบัน
นี่คือ “ปัญหา” ที่ลูกค้ายอมจ่ายแพง
2. แยกประเภท “ปัญหา” ของธุรกิจฟุ่มเฟือย
ปัญหาด้านอารมณ์ (Emotional Pain)
เครียด
เหนื่อย
โดดเดี่ยว
หมดไฟ
ตัวอย่าง
สปา → ไม่ได้ขายการนวด แต่ขาย “การถูกดูแล”
คอนเสิร์ต → ไม่ได้ขายเสียงเพลง แต่ขาย “ความรู้สึกร่วม”
ปัญหาด้านอัตลักษณ์ (Identity Problem)
ฉันอยากเป็นคนแบบไหน
ฉันอยากให้คนอื่นมองฉันยังไง
ตัวอย่าง
ร้านกาแฟ specialty → ลูกค้าอยากเป็นคนมีรสนิยม
คลาสโยคะหรู → ลูกค้าอยากเป็นคนรักสุขภาพแบบมีคลาส
ปัญหาด้านประสบการณ์ (Experience Gap)
สิ่งเดิมมัน “ไม่พอ”
อยากได้ประสบการณ์ที่ดีกว่า แตกต่างกว่า
ตัวอย่าง
โรงแรมบูทีค → เบื่อโรงแรมเชน
โรงหนังหรู → เบื่อโรงหนังธรรมดา
3. ถ้าธุรกิจไม่แก้ปัญหา แล้วเริ่มจากอะไร?
คำตอบคือ เริ่มจาก “ความปรารถนา” (Desire)
Pain = ธุรกิจจำเป็น
Desire = ธุรกิจฟุ่มเฟือย
แต่ Desire ที่แข็งแรง = ปัญหาที่คนยอมควักเงิน
4. Framework ใช้คิดธุรกิจบันเทิง / สปา
ลองตอบ 5 คำถามนี้ครับ
ลูกค้ารู้สึกอะไร ก่อน มาใช้บริการ
ลูกค้าอยากรู้สึกอะไร หลัง ใช้บริการ
อะไรในชีวิตเขาที่ “ยังไม่พอ”
เขาอยากหนีจากอะไร
เขาอยากกลายเป็นคนแบบไหน
ธุรกิจฟุ่มเฟือย = เครื่องมือพาคน
จาก “ตัวตนปัจจุบัน” → “ตัวตนที่อยากเป็น”
5. ตัวอย่างชัด ๆ
🧖♀️ สปา
ปัญหา: ชีวิตวุ่นวาย ไม่มีใครดูแล
สิ่งที่ขายจริง: การหยุดเวลา + ความสำคัญ
🎶 บันเทิง / ดนตรี
ปัญหา: โลกจริงมันแข็ง
สิ่งที่ขายจริง: โลกที่ปลอดภัยให้รู้สึก
🍷 ธุรกิจหรู
ปัญหา: ฉันทำงานหนัก แต่ชีวิตยังไม่รู้สึกพิเศษ
สิ่งที่ขายจริง: การให้รางวัลตัวเอง
6. สรุปสั้นมาก
ธุรกิจฟุ่มเฟือย
ไม่ได้แก้ “ปัญหาการขาด”
แต่แก้ “ปัญหาความไม่พอใจในชีวิต”
และนั่นคือปัญหาที่ทำเงินได้ดีที่สุด
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น